การพาสเจอร์ไรซ์น้ำสมุนไพร น้ำผลไม้ เขาทำกันอย่างไร ไปดูกัน

การยืดอายุเครื่องดื่มในอดีต

ในอดีตนั้น การยืดอายุขัยของเครื่องดื่มมีวิธีที่ไม่พิถีพิถันมากนัก อย่างเช่น การใส่สารกันบูดลงไปในเครื่องดื่ม โดยที่ผู้บริโภคอาจจะคิดไม่ถึง น้ำสมุนไพร น้ำผลไม้ในขวดสวย ๆ ที่ทุกท่านได้เลือกหยิบไปทาน หวังจะได้รับวิตามินและคุณประโยชน์ต่าง ๆ จากเครื่องดื่มเหล่านี้ โดยที่ไม่ทราบว่ากำลังหยิบส่งความอันตรายจากสารกันบูดเข้าสู่ร่างกายของคุณ

ผู้ผลิตแต่ละรายล้วนนึกถึงผลประโยชน์และรายได้มาก่อนสุขภาพของผู้บริโภค แต่ถ้าหากไม่มีการใส่สารกันบูดนั้น การยืดอายุเครื่องดื่มในอดีตจะทำได้เพียงการพาสเจอร์ไรซ์ ฆ่าเชื้อ และเก็บใส่ในตู้เย็นอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส เครื่องดื่มจะมีอายุอยู่ได้เพียง 1 สัปดาห์ เพราะฉะนั้นจะไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน หากขายได้ไม่หมด เครื่องดื่มก็จะเสีย ทำให้ผู้ผลิตต้องใส่สารกันบูดเพื่อยืดอายุของเครื่องดื่ม ป้องกันการขาดทุนของธุรกิจ แต่ในปัจจุบัน นวัตกรรมการยืดอายุขัยของเครื่องดื่มให้อยู่ในนานก็มีเพิ่มมากขึ้น

วิธีการพาสเจอร์ไรซ์น้ำสมุนไพรอย่างง่าย

การพาสเจอไรซ์ (pasteurization) เป็นวิธีการถนอมอาหารแบะเครื่องดื่ม โดยการใช้ความร้อน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทำลายจุลินทรีย์ก่อโรค รวมทั้งจุลินทรีย์และเอนไซม์ที่ทำให้อาหารเสื่อมเสีย วิธีพาสเจอร์ไรซ์อย่างง่ายที่หลาย ๆ คนทำกัน คือ การต้มน้ำสมุนไพรให้สุกด้วยความร้อนก่อน โดยการต้ม เพื่อให้ความร้อนกระจายไปอย่างทั่วถึง จนน้ำเดือดสักพักหนึ่ง ภาชนะที่จะใช้บรรจุต้องนำไปลวกฆ่าเชื้อโรคก่อนทั้งตัวขวดและฝา ที่สำคัญบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ต้องทนความร้อนด้วย หลังจากนั้นให้นำน้ำสมุนไพรที่ต้มได้ที่แล้ว บรรจุใส่ในผลิตภัณฑ์ แล้วปิดฝาทันที ต้องแน่ใจด้วยว่าไม่มีสิ่งใดเข้าไปปนเปื้อนแล้ว จากนั้นให้ขวดไปแช่น้ำเย็นสักพักหนึ่ง ก่อนจะเก็บเข้าตู้เย็น วิธีนี้สามารถรักษาคุณภาพของเครื่องดื่มได้นานถึง 1-2 เดือนเลยทีเดียว

ข้อดีของการพาสเจอร์ไรซ์น้ำสมุนไพร และน้ำผลไม้

การพาสเจอร์ไรซ์เป็นการถนอมอาหารแบบชั่วคราว เพราะสามารถป้องกันมิให้จุลชีพเจริญในชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่สารอาหารยังอยู่ครบถ้วนหรือเกือบครบถ้วน ดังนั้นจึงมีประโยชน์ต่ออาหารที่ต้องรับประทานเป็นประจำแต่ไม่เก็บไว้นานๆ เช่น น้ำผลไม้ หรือน้ำสมุนไพร อีกทั้งการพาสเจอร์ไรซ์ยังช่วยให้รสชาติของเครื่องดื่มไม่เปลี่ยนแปลง หรือทำให้เสียรสชาติ ส่วนความยากของกระบวนการ หากทำที่บ้านก็สามารถทำได้ตามวิธีอย่างง่ายด้านบน ปัจจุบันการพาสเจอร์ไรซ์มีหลายวิธี 1. วิธีใช้ความร้อนต่ำ – เวลานาน วิธีนี้ใช้ความร้อนที่อุณหภูมิ 62.8 – 65.6 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที เมื่อผ่านความร้อนโดยใช้เวลาตามที่กำหนดแล้ว ต้องเก็บอาหารไว้ในที่เย็นซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า 7.2 องศาเซลเซียส ก่อนจะนำไปบรรจุต่อไป 2.วิธีใช้ความร้อนสูง – เวลาสั้น วิธีนี้ใช้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่าวิธีแรก แต่ใช้เวลาน้อยกว่าคืออุณหภูมิ 71.1 องศาเซลเซียสคงไว้เป็นเวลา 15 วินาที ก่อนจะนำไปบรรจุลงบรรจุภัณฑ์

วิธีการพาสเจอร์ไรซ์ขวดพลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ

การนำน้ำสมุนไพรหรือน้ำผลไม้ชงแล้วใส่บรรจุภัณฑ์ขาย สามารถทำได้หลายแบบ ได้ทั้งขวด แก้ว หรือชงใส่เหยือกรำหรับเทขายเป็นแก้ว แต่ที่นิยมที่สุดและขายได้ดีที่สุดคงจะเป็นการชงใส่ขวด ซึ่งสะดวกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความง่ายในการทานและสามารถเก็บได้โดยไม่หกเลอะเทอะ ในขั้นตอนการบรรจุน้ำใส่ขวดเพื่อให้เครื่องดื่มคงประสิทธิภาพ คุณประโยชน์ และมีอายุอยู่ได้นานนั้นไม่ยาก ขั้นตอนคือการนำขวดที่จะนำเครื่องดื่มใส่มาลวกน้ำร้อน 90-100 องศา จากนั้นคว่ำให้แห้งในห้องที่สะอาด ก่อนจะนำน้ำผลไม้ที่ต้มร้อน ๆ มาบรรจุใส่ขวด แล้วมาแช่ในน้ำเย็นจัดทันที อาจจะใช้น้ำแข็งเทใส่น้ำในถัง ให้น้ำแข็งละลายเล็กน้อยพอมีพื้นที่ให้ขวดน้ำผลไม้ลงในถังได้ หลังจากใส่ขวดร้อนลงถังแล้วอาจจะต้องเติมน้ำแข็งเพือให้สร้างความเย็นอย่างต่อเนื่อง ในขั้นตอนนี้แนะนำให้แช่อย่างน้อย 5 นาที ก่อนจะนำเข้าตู้เย็นได้เลย

การพาสเจอร์ไรซ์กับการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม

การพาสเจอร์ไรซ์นั้น นอกจากจะช่วยทำให้เครื่องดื่มอยู่ได้นานยิ่งขึ้น และคงคุณประโยชน์ของน้ำสมุนไพร น้ำผลไม้ให้ครบถ้วน อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มอีกด้วย ซึ่งน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้นั้น เป็นของขึ้นชื่อว่าต้องมีประโยชน์คับขวด ถ้าหากนำไปใส่บรรจุภัณฑ์ที่ดูสกปรก ความน่าเชื่อถือว่าน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้นั้นจะให้ประโยชน์คงมีค่าเป็นศูนย์ แต่ถ้าหากใส่บรรจุภัณฑ์ที่ดูดี ดูสะอาด ก็จะยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ หากรสชาติของเครื่องดื่มยังคงความสดของผลไม้หรือสมุนไพรที่ใช้ ก็จะยิ่งเป็นที่ต้องการสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพมากขึ้น

แม้ว่าการพาสเจอร์ไรซ์จะสามารถทำให้อายุของเครื่องดื่มอยู่ได้ระยะเวลาสั้นกว่าการใส่สารกันบูด แต่ถ้าหากผู้ผลิตมุ่งมั่นกับการใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคเครื่องดื่มน้ำผลไม้และสมุนไพร ก็จะยิ่งสร้างความเชื่อใจให้ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น การพาสเจอร์ไรซ์อยู่ได้เพียง 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าหากผู้ผลิตทำเพียงทีละปริมาณน้อย ๆ แต่ทำบ่อยครั้งเพื่อให้สดใหม่อยู่เสมอ ผลิตภัณฑ์ก็จะคงความมีประโยชน์ และสรรพคุณของน้ำให้คงอยู่เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับแต่สิ่งดี ๆ รับรองว่าขายดีแน่นอน

เอกสารอ้างอิง

  • ดื่มน้ำผลไม้ให้ประโยชน์มากแค่ไหน (ออนไลน์). สืบค้นจาก :  https://www.doctor.or.th/article/detail/1653 //   [12/10/2562]
  • การพาสเจอร์ไรส์ (ออนไลน์). สืบค้นจาก :  https://web.ku.ac.th/schoolnet/snet4/cell/past.htm //   [12/10/2562]
  • How to Pasteurize (ออนไลน์). สืบค้นจาก :  https://www.wikihow.com/Pasteurize [12/10/2562]
Next PostRead more articles

ใส่ความเห็น