4 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนลงทุน ทำแบรนด์กาแฟสำเร็จรูป สำหรับมือใหม่

ศึกษาก่อนลงทุนทำแบรนด์กาแฟ

กลุ่มลูกค้า แบรนด์กาแฟ ของคุณเป็นใคร ?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันกาแฟดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในชีวิตประจำวันขึ้นเรื่อย ๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในยามเช้า โดยเฉพาะกับพนักงานออฟฟิศที่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงานในแต่ละวัน ดื่มเพื่อปลุกพลังในยามเช้า บางคนก็ต้องเข้าประชุมดื่มกาแฟตลอดวันเพื่อให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แต่กาแฟที่จะตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องดื่มกาแฟตลอดวันได้ ต้องเป็นกาแฟที่จะเข้าถึงคนกลุ่มนี้อาจจะเป็นกาแฟที่ไม่ทำลายสุขภาพ เช่น กาแฟที่ไม่มีคอเลสโตรอล กาแฟดำปราศจากน้ำตาล และกาแฟ 3 in 1 สูตรไขมันต่ำ

ซึ่งหากเป็นกาแฟประเภทเหล่านี้ ผู้บริโภคที่ต้องทานกาแฟเป็นประจำอาจจะมีความสบายใจที่จะดื่มกาแฟได้ อีกหนึ่งกลุ่มลูกค้าที่จะเข้าถึงคือ กลุ่มลูกค้าที่ควบคุมน้ำหนัก ดูแลสุขภาพ ปัจจุบัน กาแฟควบคุมน้ำหนักสำเร็จรูปจะมีส่วนประกอบคือ ต้นกระบองเพชรและไซเลียมฮักส์ ถั่วขาว ส้มแขก สาหร่าย ช่วยควบคุมแป้ง น้ำตาล และไขมันได้มากถึง 70% ช่วยลดความอยากอาหาร อิ่มท้องนาน เพราะมีกากใยสูง และลดอาการท้องผูก กาแฟเหล่านี้จะมีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบหลักเพื่อให้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หากจะลงทุนทำแบรนด์กาแฟสำเร็จรูป สำหรับมือใหม่แล้ว ต้องดูกลุ่มเป้าหมายก่อนว่าต้องการจะเจาะตลาดกลุ่มใด แล้วจึงศึกษาสูตรกาแฟที่เหมาะกับคนกลุ่มนั้น เพื่อให้การตลาดของกาแฟประสบความสำเร็จ

สูตรกาแฟสำเร็จของคุณ ตอบโจทย์ลูกค้าหรือไม่ ?

หลังจากที่ศึกษากลุ่มลูกค้าได้แล้วว่า ขายกาแฟกับลูกค้ากลุ่มใดถึงจะได้ผลตอบรับดี และลูกค้ากลุ่มนั้นจะเชื่อมั่นกับแบรนด์เรา ต่อไปก็ต้องหาสูตรกาแฟที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนั้น เช่น

กาแฟสูตรเอสเปรสโซ ที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ชอบกาแฟรสชาติเข้มข้น สูตรนี้จะไม่มีนมผสม เป็นกาแฟรสเข้มที่ทำให้ได้รสชาติถึงกาแฟล้วน ๆ ซึ่งหากจะตอบโจทย์สำหรับผู้ที่รักกาแฟรสชาติเข้มข้นต้องไม่ใส่น้ำตาลหรือนมเลยแม้แต่นิดเดียว

กาแฟสูตรลาเต้ รสชาติจะคล้ายเอสเปรสโซ แต่จะมีส่วนผสมของนมสดเข้าไปให้ได้รสชาติ เข้มข้นหอม นุ่ม ละมุนลิ้นไม่เข้มข้นจนเกินไป เรียกได้ว่าทานง่ายกว่ากาแฟทุกชนิด เหมาะสำหรับใช้ผ่อนคลายจากการทำงานอันแสนเหนื่อยล้า

กาแฟสูตรคาปูชิโน จะคล้ายสูตรลาเต้ ที่มีนมผสมอยู่  แต่จะมีส่วนประกอบของผงโกโก้อยู่เล็กน้อย ถือเป็นจุดเด่นของคาปูซิโนเลยทีเดียว ให้รสชาติที่นุ่มละมุน ทานง่าย รสชาติคล้ายลาเต้ แต่ตัวคาปูชิโนจะมีความเข้มกว่า

สูตรอเมริกาโน่ ที่มีเอสเปรสโซล้วน ๆ กับน้ำร้อน ชงเข้าด้วยกัน อีกหนึ่งทางเลือกของคอกาแฟ สำหรับผู้กำลังลดความอ้วน หรือรักษาหุ่น เพราะไม่มีส่วนผสมของนมและน้ำตาล

อีกหนึ่งสูตรที่นุ่ม อร่อยไม่แพ้กันคือมอคค่า เป็นกาแฟที่มีส่วนผสมของช็อคโกแลตนั่นเอง รสชาติหอมของตัวกาแฟหน่อยผสมผสานความหวานมันของนมและช็อคโกแลตได้อย่างลงตัว

หากผู้ผลิตต้องการจะทำแบรนด์กาแฟ ก็ควรเริ่มผลิตกาแฟทีละสูตรไปก่อนเพื่อดูกลุ่มของลูกค้า ให้รสชาติกาแฟของเราตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มนั้นได้เป็นอย่างดี


(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

การทำฉลาก และการขออย.กาแฟสำเร็จรูป และกาแฟเพื่อสุขภาพ

มาตรฐาน ข้อกำหนด ข้อความที่ปรากฏบนฉลาก ตามประกาศ ฉบับที่ 194 พ.ศ.2543 และ ฉบับที่ 252 พ.ศ.2545 ต้องประกอบไปด้วย

  • ชื่ออาหาร
  • ปริมาณสุทธิ
  • วันผลิต
  • วันหมดอายุ หรือวันที่ควรบริโภคก่อน
  • ชื่อ-ที่ตั้งสถานที่ผลิต
  • สูตรส่วนประกอบ
  • เลขสารระบบอาหาร (เลขจดทะเบียน อย.)
  • ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการใส่
  • ข้อมูลเพิ่มเติมลงบนฉลาก
  • คำแนะนำการเก็บรักษา
  • คำเตือน
  • วิธีรับประทาน
  • สารที่ใช้วัตถุให้ความหวานแทนน้ำตา
  • ใช้วัตถุกันเสีย (ถ้ามี)
  • แต่งกลิ่นรส (ถ้ามี)
  • เจือสี (ถ้ามี)
  • ใช้วัตถุปรุงแต่งรสอาหาร (ถ้ามี)

ในส่วนขอการขอเครื่องหมาย อย. สำหรับธุรกิจกาแฟสำเร็จรูป กรณีสถานที่ผลิตเข้าข่ายโรงงาน ต้องยื่นคำขอตั้งโรงงานผลิตอาหาร จำนวน 1 ฉบับ  พร้อมหลักฐานที่กำหนดไว้ กรณีที่ได้รับใบอนุญาตผลิตอาหารแล้วให้ยื่นสำเนาใบอนุญาตผลิตอาหาร จำนวน 1 ฉบับ หรือ กรณีสถานที่ผลิตไม่เข้าข่ายโรงงาน  ต้องยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหาร จำนวน 2 ฉบับ  พร้อมหลักฐานที่กำหนดไว้  กรณีที่ได้รับเลขสถานที่ผลิตอาหารแล้ว ให้ยื่นสำเนาคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหาร จำนวน 1 ฉบับ


(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

การตลาดกาแฟสำเร็จรูปในแบรนด์ของคุณ

การจะสร้างการตลาดสำหรับแบรนด์กาแฟสำเร็จรูปนั้น อย่างแรกเลยคือต้องให้เป็นที่รู้จักก่อน อาจจะนำบูธกาแฟไปตั้งตามแลนด์มาร์คต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลองชิม จุดประสงค์ให้เป็นที่รู้จัก หากรสชาติของกาแฟตรงกับความต้องการของผู้บริโภคคนใด ก็อาจจะสามารถเป็นที่รู้จักโดยการบอกกันปากต่อปากได้ การทำการตลาดแบบนี้ เป็นการทำการตลาดอย่างง่าย ยุคสมัยนี้หากเครื่องดื่มยี่ห้อใดมีรสชาติถูกปาก ก็จะมีการแบ่งปันรสชาติกันทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค จนทำให้ผู้บริโภครายอื่น ๆ ต้องไปหากาแฟยี่ห้อนั้นมาลองชิมด้วยตนเอง แต่ราคาบรรจุหีบห่อควรอยู่ที่ราคา 70 – 250 บาท เพื่อให้ผู้บริโภคทุกอาชีพสามารถเข้าถึงกาแฟของคุณได้ หากราคาแพงไปกว่านี้ ผู้บริโภคอาจจะหันไปดื่มกาแฟสดแทนกาแฟร้อนสำเร็จรูปได้

เอกสารอ้างอิง:

  • การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร (ขอเครื่องหมาย อย.) (ออนไลน์). สืบค้นจาก :  https://cutt.ly/jeoVaHx  [10/10/2562]
  • 5 กาแฟแต่ละประเภทที่ Coffee Lovers ต้องรู้!! (ออนไลน์). สืบค้นจาก :  https://portal.weloveshopping.com/blog/7988/coffee-lovers  [10/10/2562]
Next PostRead more articles

ใส่ความเห็น